ประสบการณ์ MBA

ถึง ณ วันนี้เราก็ได้เรียน MBA มาได้สองเดือนกว่าแล้วค่ะ ชีวิตนั้นค่อนข้างจะวุ่นวายมาก เพราะหนักทั้งกิจกรรม และเรียน วันนี้เราก็อยากจะถึอโอกาสมาเล่าประสบการณ์คร่าวๆเกี่ยวกับการเรียน MBA ค่ะ แต่คงบอกไม่ได้ว่าสถาบันไหนน่ะคะ

 ก่อนอื่นเราขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่ามันเป็นมุมมองส่วนตัวของเรานะคะ จากก่อนหน้านี้ใครที่ได้อ่านบล็อก zozoalexa แห่งนี้ก็คงจะทราบคร่าวๆว่าเรานั้นต้องการมีกิจการเป็นของตัวเอง แต่เราก็ได้เลือกมาเรียน MBA เพราะคิดว่า เราน่าจะได้มุมมองจากอาจารย์ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทต่างๆได้ค่อนข้างมาก พอมาได้เรียนจริงๆแล้ว เรารู้สึกว่ามันค่อนข้างเป็นวิชาการที่สามารถหาอ่านได้จากหนังสือค่ะ แต่ก็จะมีบางวิชา ที่อาจารย์จะสอนให้เราได้คิดจริงๆ เปลี่ยนมุมมองของเราอย่างสิ้นเชิง ซึ่งวิชาเหล่านี้เป็นที่ถูกใจของเราอย่างมาก(มากๆๆๆ) เพราะพวกเราคงจะหาฟังเรื่องราวแบบนี้จากคนที่มีประสบการณ์สูง แล้วก็มีแง่คิดดีๆได้ยากค่ะ  แต่สำหรับคนบางคนวิชาเหล่านี้จะกลายเป็นวิชาไร้สาระขึ้นมาทันทีค่ะ เพราะเค้าต้องการวิชาการล้วนๆ  มุมมองเรื่องนี้สำคัญมากค่ะ จนเราตั้งใจที่จะเขียน topic นี้ขึ้นมาเลยทีเดียว  เพราะครั้งนึงเรามีโอกาสนั่งคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งพูดถึงอาจารย์คนโปรดของเราคนนี้ว่าเป็นอาจารย์ที่ไร้สาระมาก วันๆไม่สอนอะไร แต่สำหรับเราแล้วอาจารย์สอนให้คิด และแนะแนวทางใหม่ๆ เสมอๆค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเรานั้นสามารถจับมันมาใช้ประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหนค่ะ เพื่อนๆคนไหนก็ตามที่ต้องการเรียนปริญญาโท เพราะต้องการสาระทางวิชาการ ก็ควรจะดูรายละเอียดวิชาให้ดีๆ จะได้ไม่ผิดหวัง และตักตวงความรุ้ได้อย่างเต็มที่นะคะ

แต่สำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้ประสบการณ์ล่ะก็ ขอบอกเลยค่ะว่าการเลือกสถาบัน หรือมหาวิทยาลัยนั้นสำคัญมากๆ เพราะคุณจะได้มุมมองกว้างไกล หรือแคบแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์ที่สอนคุณนั่นเองค่ะ พูดเรื่องนี้เลยนึกถึงมหาวิทยาลัยของต่างประเทศเลยทีเดียว ที่เค้ามักจะมีวิชาแปลกๆ วิชาทางจิตวิทยา ให้นักศึกษาได้เลือกศึกษาได้ตามใจชอบ วิชาพวกนี้น่าสนใจมากๆสำหรับเรา และเราคิดว่ามันมีความสำคัญมากสำหรับคนที่คิดจะประกอบกิจการเป็นของตัวเองค่ะ เพราะหนังสือนั้นสอนคนทั้งโลกได้เหมือนๆกัน แต่แนวคิด หรือแง่มุมบางอย่างที่ถ่ายทอดจากอาจารย์นั้นสามารถก่อให้เกิด ปิ๊งแว๊บ ที่สำคัญสุดๆแก่ชีวิตเราได้ค่ะ

ฉะนั้นสำหรับคนที่กำลังมองหาที่เรียนปริญญาโทอยู่นั้นลองคิดให้ดีๆน่ะคะ ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ ปริญญาโท ควรให้อะไรกับเรามากกว่าแค่ใบปริญญา หรือ Connection นะคะ

The Global Intern 2010

มาแล้วค่ะ กับโครงการดีๆที่ทุกคนรอคอย นั่นก้อคือ The Global Intern 2010 ที่จัดขึ้นโดย EF ซึ่งโครงการนี้จะให้โอกาสพวกเราได้ไปฝึกงานในบริษัทชั้นนำ ใน 3 ประเทศทั่วโลก เป็นเวลา 3 เดือนสมัครวันนี้ เพื่อชิงตำแหน่งผู้ชนะของประเทศไทย ที่จะได้ไป ฝึกงานที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นเวลา 1 เดือน และเป็นตัวแทน ประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันในระดับนานาชาติต่อไป และหากคุณสามารถเอาชนะคู่แข่งจากนานาประเทศทั่วโลกได้โอกาสฝึกงานในบริษัทชั้นนำใน 3 ประเทศใดๆ ก็ได้ตามที่เพื่อนๆใฝ่ฝัน

เปิดรับสมัครแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 23 เมษายน 2553

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.learningedge.in.th/ef/Default.aspx

British Chevening Scholarship

สวัสดีอีกครั้งค่ะเพื่อนๆ

   กลับมาอีกครั้งแล้วค่ะ หลังจากที่ต้องวุ่นวายกับการเรียนปริญญาโทไปครึ่งเทอม ขอบอกว่ามันเหนื่อยดีจริงๆค่ะ   แต่ว่าวันนี้อากาศดี สอบเสร็จ บรรยากาศเป็นใจ ก็เลยขอเข้ามาเขียนบล็อกสักหน่อย :-p วันนี้ก็เลยเอาข่าวคราวทุนการศึกษามาบอกกันค่ะ แต่ว่ามันอาจจะช้าไปสักนิด เพราะว่ามันใกล้จะหมดเขตแล้ว แต่ถ้าหากเพื่อนๆคนไหนที่เตรียมตัวกันมานานแล้ว มีคะแนนพร้อมมือ ก็น่าจะยังสมัครทันกันอยู่น่ะคะ ทุนนั้นก็คือ ทุน British Chevening

ทุนการศึกษาชิฟนิ่งเป็นทุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร มุ่งเน้นการผลิตผู้นำในอนาคต บุคคลผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง นักคิด และผู้มีวิจารณญาณในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง โปรแกรมนี้ก่อตั้งขึ้นโดย กระทรวงต่างประเทศของ สหราชอาณาจักร (FCO) และอยู่ภายใต้ความดูแลของ บริติช เคานซิล สนับสนุนนักเรียนต่างชาติปีละกว่า 2000 คนทั่วโลก ไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักร วัตถุประสงค์หลักของทุน British Chevening ในประเทศไทยคือให้ความช่วยเหลือทางการเงิน และโอกาสแก่ที่ผู้ที่ ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในสหราชอาณาจักร เพื่อที่จะได้นำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาในสหราชอาณาจักรกลับมาใช้ในการพัฒนาประเทศไทย ต่อไปในอนาคต

ทุนการศึกษาชีฟนิ่ง 2010/2011 เปิดรับสมัครตั้นแต่บัดนี้ ถึง 20 มกราคม 2553 สมัครทุนออนไลน์ที่นี่

คุณสมบัติของผู้สมัคร 

* Young professionals in many sectors that had the best likelihood of containing opinion leaders and influence formers of the future – the media, political parties, NGOs, government , private sectors and leading universities, with as many candidates as possible from outside Bangkok as well as professionals involved with Climate Change, Renewable Energy and Environmental Studies

* Thai nationals of outstanding academic ability with a good first degree.

* Applicants MUST hold a Bachelor’s degree in a relevant subject with a GPA of at least 3.0.

* Applicants should have at least 2 years’ work experience.

* Excellent spoken and written English are very essential (a minimum of IELTS 6.5 or equivalent, though some courses require 7.0 or higher).

* The Chevening Scholarships are looking for future leaders

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.britishcouncil.org/th/thailand-education-student-chevening-scholarship.htm

มารักษาสุขภาพกันเถอะ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ต้องขอโทษนะคะที่เราหายไปนานอีกแล้วค่ะ เนื่องจากสุขภาพไม่ค่อยจะเป็นใจนัก ช่วงนี้เราต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น เราก็เลยอยากจะให้เพื่อนๆรักษาสุขภาพกันให้ดีค่ะ เพราะว่าตอนป่วยแล้วต้องวิ่งเข้าวิ่งออกโรงพยาบาลนี่มันไม่สนุกจริงๆ :( ตอนนี้เราเป็นทั้งโรคกรดไหลย้อน (ซึ่งเป็นโรคฮิตมากในตอนนี้) ปวดเมื่อยตามคอแขนขา และบางครั้งถึงกับชาตลอดซีกซ้ายเลยค่ะ สาเหตุทั้งหมดนั้นก็เนื่องจากตัวของเราเองค่ะ ที่กินไม่เป็นเวลา บางครั้งก็กินกาแฟแทนข้าว กินแล้วนอน เล่นเนททั้งวันทั้งคืน เรียกได้ว่านิ้วมือ แขน และคอของเรานี่แทบจะอยู่ในท่าเดิมตลอดทั้งวัน พอจะป่วยทีก็เลยรุมเราหลายโรคกันเลยทีเดียว หากเพื่อนๆที่มีพฤติกรรมคล้ายๆกับเรานี้ เราอยากจะให้เลิกพฤติกรรมที่ไม่ดีเหล่านี้ให้ได้ค่ะ เพื่อตัวของเพื่อนๆเอง วันนี้เราคงไม่เล่าอะไรมากนัก เพราะว่าเราเองก็ต้องหักห้ามใจไม่ให้เล่มคอมมากนัก ต้องพักแขนพักนิ้วให้ดีก่อน แต่เพื่อนๆไม่ต้องห่วงนะคะ หากมีข่าวสารอะไรๆที่สำคัญล่ะก็ เราไม่พลาดนำมาอัพเดทให้เพื่อนๆได้ทราบกันแน่นอนค่ะ

สุดท้ายนี้ขอเพื่อนๆทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ

ทุนโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

9 ทุนพิเศษสำหรับโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

โอกาสชิง 9 ทุนไปศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศสหรัฐอเมริกาอาจเป็นของคุณ โดยทุนเต็มจำนวนอันดับหนึ่งจะครอบคลุมค่าเล่าเรียน และค่าตั๋วเครื่องบินโดยสารไป-กลับ EF จะทำการคัดเลือกนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์เข้าสู่รอบแรกเพียงจำนวน 30 คน

มูลนิธิ EF ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2519 เพื่อดำเนินโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน ขณะนี้กำลังเปิดรับสมัครคัดเลือกนักเรียนเข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน ซึ่งจะออกเดินทาง เดือนสิงหาคม 2010 ในปีนี้ทางมูลนิธิได้จัดสรรทุนพิเศษให้เฉพาะสำหรับนักเรียนไทยจำนวน 9ทุน

เกณฑ์พิจารณาผู้เข้ารอบ 30 คน

  1. มีคุณสมบัติทั่วไปในการเป็นผู้เข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนได้
  2. มีคะแนนข้อเขียนไม่ต่ำกว่า 60 คะแนน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ef.com

สวัสดีตอนดึกค่ะ

สวัสดีอีกครั้งค่ะเพื่อนๆ หลังจากที่เราหายไปค่อนข้างนานเพราะไปรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ internship อยู่นั่นเองค่ะ และตอนนี้มันก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี  แต่วันนี้ไหนๆก็มาแล้ว ก็เลยอยากขอแรงเพื่อนๆช่วยทำแบบสอบถามนี้นิดนึงคะ เพื่อที่เราจะได้หาข้อมูลในสิ่งที่เพื่อนๆอยากรู้ให้มากเป็นพิเศษค่ะ และถึงแม้ตัวเราเองจะไม่มีความรู้ในโครงการนั้นๆ แต่เราก็จะไปปะเลาะถามคนที่มีประสบการ์ณตรงในโครงการนั้นๆให้เองค่ะ

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้สิ่งที่ทำให้เราสนใจมากทีุ่สุดกลับเป็น summer job in USA ค่ะ เพราะว่าเราตั้งใจจะไปนั่นเอง ตอนนี้ก็เลยเสาะแสวงหาข้อมูลมากเป็นพิเศษ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกลให้ได้ค่ะ 555

ปล. ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่สละเวลาทำแบบทดสอบนี้นะคะ และเราคิดว่าข้อมูลจากแบบทดสอบนี้จะต้องเป็นประโยชน์กับเพื่อนอีกหลายๆคนแน่นอนค่ะ

เรียนต่ออินเดีย … ผ้าขี้ริ้วห่อทอง

Article by WRITTENSTONE

ลองพิมพ์คำว่า “เรียนต่อ” ใน google ดูซิครับ จะพบว่ามีคำค้นหาโผล่ขึ้นมาอีก 10 ลำดับ หนึ่งในนั้นต้องมีคำว่า “เรียนต่ออินเดีย” แน่นอน ปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับว่ามีคนที่สนใจจะไปเรียนต่อประเทศนี้มากขึ้น …  แต่จะเพราะอะไรยังงัยนั้น ลองมาดูกันนะคะ (อันนี้ Amitขอแทรกถามหน่อยน่ะ :-p)

อันดับต้นๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายถูกมากครับเมื่อเทียบกับประเทศทางแถบอื่นๆ ถูกทั้งค่าเล่าเรียน ค่าจับจ่ายใช้สอย และค่าเครื่องบินไปๆ กลับๆ   เหตุผลถัดมาก็น่าจะเป็นเรื่องภาษาครับ สิ่งนี้เป็นจุดแข็งของประเทศอินเดียเหนือประเทศอื่นในแถบเอเชียหลายๆ ประเทศ เพราะประเทศเหล่านั้นไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ถ้าต้องการศึกษาต่อในประเทศเหล่านั้น  เราจะต้องเรียนรู้ภาษาของเขาก่อน (ยากเข้าไปอีก) ขณะที่คนอินเดียส่วนใหญ่เข้าใจภาษาอังกฤษ และหลายๆ หลักสูตรก็ไม่ต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษ แต่ก็แน่นอนครับ ต้นทุนอังกฤษต่ำก็ต้องสู้กันหนักหน่อย แต่สภาพแวดล้อมมันบังคับ  ยังไงก็ต้องได้ฝึก ทั้งฟัง ทั้งอ่าน ทั้งพูด ทั้งเขียน ถ้าขยันหน่อย สุงสิงกับคนท้องถิ่นมากๆ ไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ… ง่าย ครับ ไม่ได้แปลว่าเรียนง่ายนะครับ แต่เข้าง่าย ระบบการจัดการศึกษาอาจจะแตกต่างจากบ้านเรา คือ มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กำหนดหลักสูตร และรับรองวุฒิการศึกษา แต่ผู้เรียนนั้นจะเข้าไปเรียนใน  college ทั้งของรัฐ และเอกชนซึ่งรับเอาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยของรัฐมาใช้ โดยมหาวิทยาลัยจะควบคุมคุณภาพผ่านทางหลักสูตร และการวัดผล (ความท้าทายอยู่ตรงที่ คนสอน คนออกข้อสอบ และคนตรวจ ไม่ใช่คนเดียวกัน)  การสมัครเข้าเรียนจึงเป็นเรื่องของผู้เรียนกับ college ซึ่งมีมากมาย ขอให้คุณสมบัติผ่านตามข้อกำหนดของหลักสูตรก็ได้เรียนแน่นอนครับ 

สิ่งที่ดึงดูดใจของประเทศอินเดียอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นแหล่งอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ครับ ที่มีชื่อเสียงมากๆ ก็น่าจะเป็นที่เมือง Bangalore นอกจากนี้เมืองใกล้ๆ อย่าง Chennai ก็มีการขยายตัวมากขึ้นครับ ดังนั้นความรู้ประเภทนี้จึงเป็นเรื่องใกล้ตัว ไอ้ที่เดินกระทบไหล่กันนี่ส่วนใหญ่ก็โปรแกรมเมอร์ทั้งนั้น เหล่าบรรดา “College of Engineering” ที่ผุดขึ้นมากมายเหมือนดอกเห็ดนี่ก็เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสหกรรม หลักสูตรจึงมีการปรับปรุงอยู่เสมอๆ เพื่อให้ได้กลจักรคนที่พร้อม บางแห่งถึงขั้นทำสัญญากับบริษัทเพื่อที่จะจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของบริษัทนั้นๆ นอกจากนี้ก็มีเหตุผลรองๆ เช่น มีหนังสือภาษาอังกฤษให้อ่านเยอะครับ แถมราคาก็ถูกกว่าหลายเท่า เพราะประเทศแถบนี้จะใช้ edition พิเศษ เนื้อหาเหมือนกันแต่เป็นการพิมพ์เองในประเทศโดยใช้กระดาษที่มีคุณภาพต่ำกว่า และผลิตในปริมาณมาก เนื่องจากมีคนอ่านเยอะ ทั้งนักศึกษาและคนทำงาน โดยเฉพาะด้านคอมพิวเตอร์เนื้อหาจะกว้างและลึกเป็นพิเศษ (และส่วนมากก็ยังไม่มีการแปลเป็นภาษาไทย) เรื่องสังคมส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นแบบเอเชีย (โบราณ) โดยทั่วไปครับ ผู้คนส่วนใหญ่จิตใจดี มีน้ำใจ พร้อมที่จะช่วยเหลือชาวต่างชาติเสมอ เรื่องเหยียดผิวเหลืองยิ่งไม่มีครับ กลับกลายเป็นจุดเด่นที่ใครๆ ก็พร้อม ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออีกต่างหาก แต่ก็อีกแหละ เหมือนบ้านเราครับ คนดีคนชั่วก็ปะปนกันไป ก็อยู่ที่เราด้วยว่าจะป้องกันตัวอย่างไร  ตามทัศนคติของผมอินเดียเปรียบเสมือน “ผ้าขี้ริ้วห่อทอง” ครับ คราวนี้ผมพูดถึงทองไปบ้างแล้ว คราวหน้าจะพูดถึงผ้าขี้ริ้วบ้าง ถ้าเพื่อนๆ มีคำถามหรือข้อสงสัยอย่างไร ก็โพสไว้ได้เลยครับ ยินดีตอบคำถาม (ที่รู้คำตอบ) ครับ