สำหรับเพื่อนๆที่กำลังสนใจโครงการออแพร์

ไม่ได้พูดถึงโครงการออแพร์มาสะนานเลย วันนี้เราก็ขอรำลึกความหลังสักหน่อย แล้วก็คิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจจะไปต่างประเทศด้วยโครงการนี้ด้วย จะว่าไปแล้วเราเองต้องขอบคุณโครงการออแพร์นี้มากๆ เพราะเราคิดว่าภาษาอังกฤษเราพัฒนาขึ้นมากจริงๆ ตอนแรกเราเองก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่หลายๆคน ทางนู้น ครอบครัวของโฮส อ.ของเราเอง ก็บอกว่าภาษาเราดีขึ้นมากจริงๆ รวมทั้งคะแนน toeic ที่ได้ ก็เป็นตัวพิสูจน์ที่ดีได้เช่นกัน ฉะนั้นไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับท่าน!! ถึงเราจะไปเลี้ยงดูเด็ก ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเด็กก็เถอะ แต่ภาษามันก็พัฒนาของมันไปได้โดยอัตโนมัติจริงๆ ระยะเวลาที่เราอยู่ที่อเมริกาทั้งหมดคือ 1 ปี กับอีก 6 เดือน ค่ะ  เราอยากจะเล่าให้ฟังคร่าวๆว่า การปรับตัวเข้าหาภาษานั้นอยู่ที่ประมาณ 4 เดือนค่ะ (จากประสบการ์ของเราเองนะคะ) คนอื่นอาจจะช้าหรือเร็วกว่านี้ก็ได้ค่ะ หลังจากนั้นการฟังภาษาอังกฤษจะเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นค่ะ ถึงแม้ว่าเค้าจะพูดรัวแค่ไหนก็ตาม เราก็สามารถจับประเด็นสำคัญได้ค่ะ จากนั้นช่วงประมาณปี ภาษาเราก็ปรับเปลี่ยนไปมาก เริ่มฝันเป็นภาษาอังกฤษ พูดคุยกับคนอื่นโดยไม่เคอะเขินอีกต่อไป (หรือจะเรียกว่าไร้ยางอายเลยก็ได้ค่ะ)  ต่อจากนั้นช่วงหกเดือนหลัง ก่อนที่เราจะกลับ เรารู้สึกว่าภาษาช่วงนี้เป็นอะไรที่เข้าที่เข้าทางมาก เข้าใจสุดๆ และเริ่มขำกับมุขของโฮส บางทีคุยกันหัวเราะกันลั่นบ้านเลยทีเดียวค่ะ  ประเด็นที่สำคัญที่สุดที่เราอยากจะแนะนำเพื่อนๆที่จะไปโครงการออแพร์ ถ้าอยากจะได้ภาษาอังกฤษแบบจริงๆ (จังๆ) แล้วล่ะก้อ เราขอแนะนำให้อยู่ไปเลยค่ะ 2 ปี (ไม่รุ้ว่าจะเบื่อกันก่อนรึเปล่า)  เพราะช่วงที่ทักษะของพวกเราจะพลิก [...]

โครงการออแพร์

จากที่เคยบอกว่าเรามานอกด้วยโครงการออแพร์ หลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่าไอ้โครงการนี้มันคืออะไร วันนี้เราก้อจะมาเล่าให้ฟังกันนะคะ  โครงการ Aupair เป็นโครงการที่คล้ายนักเรียนแลกเปลี่ยนซึ่งออแพร์จะถือวีซ่า J1 เมื่อไปแล้ว ออแพร์ต้องไปอยู่กะโฮสแฟมิลี่ และทำหน้าที่เลี้ยงดูเด็กสัปดาห์ละไม่เกิน 45 ชั่วโมง (ได้รายได้สัปดาห์ละประมาณ ห้าพันกว่าบาท) กินอยู่กะเค้าฟรี รวมทั้งต้องเรียนหนังสือด้วย (ได้ทุนการศึกษาจากโฮส 500$) ส่วนจะเรียนอะไรนั้นก้อตัดสินใจกันเองเอง แต่ส่วนใหญ่ก้อจะเรียน ESL กันเกือบหมด แต่ว่า ก่อนที่คุณจะไปเป็นออแพร์ ก้อต้องไปฝึกอบรมการเลี้ยงดูเด็กซะก่อน ไม่ใช่ว่าใครจะมาเป็นก็ได้ จำนวนชั่วโมงการฝึกนั้นก้อขึ้นอยู่กับแต่ละเอเจนซี่ แต่ยิ่งมากก็ยิ่งดี (recommended) การเลือกเอเจนซี่นั้นอยากจะบอกว่าสำคัญมากๆนะ ควรเลือกดูอันที่มีโปรโมชั่นถูกๆ และบริการที่ดีด้วย ไม่ใช่ว่าถูกมากสะจน ไม่สนใจใยดีออแพร์ใดๆทั้งสิ้น บางเอเจนซี่จากที่รู้มา พอส่งขึ้นเครื่องบินปุ้บ ถือว่าหมดหน้าที่ทันที ไม่รับรู้ความเดือดร้อนของออแพร์ใดๆทั้งสิ้น ฉะนั้นถือว่าสำคัญสุดๆ รองจากราคาค่าสมัครและการดำเนินการทั้งหลายเลยทีเดียว  ใครอยากจะไปนอกด้วยโครงการนี้ควรจะดูข้อมูลหลายๆเอเจนซี่ เปรียบเทียบกันให้ดีๆ ไม่ใช่เหมือนเราเดินดุ่มๆไปสมัครทันทีนะ จะบอกให้