ทำไมต้องอเมริกา

หลายต่อหลายคน มีความฝันจะไปเที่ยวอเมริกา  หรืออยากจะไปเรียนหนังสือที่นั่น แต่เคยถามตัวเองกันบ้างหรือเปล่าค่ะ ว่าทำไมจะต้องเป็นอเมริกา ทำไมไม่เป็นอังกฤษ หรือออสเตรเลียแทน  ถ้าหากคุณสามารถตอบได้ล่ะก็ ก็ถือว่าคุณนั้นเหมาะแล้วค่ะที่จะไปอยู่อเมริกา  แต่ถ้าคุณตอบไม่ได้ ลองคิดทบทวนดุสักหน่อยดีมั้ยคะ เพราะว่านั่นอาจจะเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะกับคุณก็ได้ค่ะ สำหรับเราแล้วสหรัฐอเมริกา นั้นเป็นประเทศที่เสรีมากๆค่ะ เสรีทุกตารางนิ้ว  (แต่มันก็ยังอยู่ในกฎระเบียบของสังคมนะคะ)  ผู้คนเป็นมิตร แต่งตัวกันสบายๆ ชอบเข้าสังคม ชอบเลี้ยงสังสรร รักการทำกิจกรรมโดยเฉพาะกีฬาต่างๆ  เราก็เลยอยากจะเรียกอเมริกาว่า Sport Land สะเลยค่ะ เพราะไม่ว่าจะไปทางไหน ก็จะเห็นผู้คนนั้นออกกำลังเสมอ โดยเฉพาะการวิ่ง เรียกได้ว่าเห็นแทบทุกถนน ไม่นับรวมถึงคนที่วิ่งอยู่ใน park ต่างๆ ไม่ว่าฝนจะตก แดดออก หรือหนาวสักแค่ไหน เค้าก็ยังวิ่งกันอยู่ค่ะ เราเองยังแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเค้าถึงได้บ้าขนาดนั้น และ 90% ของพวกนี้ ต้องฟัง IPOD อยู่ค่ะ  เราเคยถามอาจารย์ของเราครั้งนึงว่า ทำไมเค้าจะต้องทำแบบนั้น  มันแปลว่าเค้าไม่ต้องการให้ใครเข้าไปยุ่งรึเปล่า ไม่อยากจะพูดคุยกับใครใช่มั้ย อาจารย์เราก็บอกว่ามันก็แล้วแต่คนน่ะ เพื่อนๆคนไหนอยากจะผูกมิตร ก็ต้องประเมินสถาณการณ์ดีๆน่ะคะ อย่าเข้าไปทักแบบสุ่มสี่สุ่มห้า  ชอบกินเลี้ยงสังสรรค์ โฮสเราเป็นตัวอย่างได้อย่างดี เพราะไม่ว่างานจะุยุ่งสักแค่ไหน ก็ยังต้องมีการแบ่งเวลาไปกิน dinner กับเพื่อนบ้าน หรือกับเพื่อนแก๊งค์เค้าเสมอค่ะ  ผู้คนพูดคุยทักทายกันแบบสบาย ไม่ว่าจะเป็นตามแถวที่ต่อรอคิว ป้ายรถเมล์ บนรถเมล์  ไม่ว่าจะรู้จักหรือเป็นคนแปลกหน้าก็ตาม หรือที่เค้าเรียกว่า Small talk นั่นเองค่ะ อาจารย์ของพวกเราก็ฝึกนักเรียนให้เพิ่มความกล้าก็ด้วย Small Talk เนี้ยะแหล่ะค่ะ หลังจบหลักสุตร ทุกคนต่างใจกล้า(หน้าด้าน)ทักทายฝรั่งได้อย่างไม่ต้องเคอะเขินอีกต่อไป  การทักทายซึ่งบางครั้งก็ดูจะเป็นมิตรมากเกินไป 55 (จริงๆมันก็เป็นมารยาทเค้าแหล่ะค่ะ) อย่างตามร้านค้าต่างๆ ห้างสรรพสินค้า เวลาเข้าไปร้านไหน จะต้องมีคน say Hi เสมอ ซึ่งถ้าเราไม่มีการตอบโต้กลับไปจะดูเป็นการเสียมารยาทมากๆ แต่อย่างน้อยพวกเค้าก็ไม่เิดินตามติดแบบคนไทยค่ะ เรื่องนี้ชอบมากๆ เพราะมันทำให้เราเลือกดูทุกอย่างได้อย่างสบายใจ และถึงแม้จะเข้าไปในร้านหรูหราไฮโซแค่ไหน ก็ไม่ได้โดนมองตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนกับพนักงานขายบนห้างของไทย!!  และงานเทศกาลหรืองานสำคัญๆนั้น เค้าก็มักจะมีการส่งการ์ดเชิญเสมอค่ะ เสร็จจากงานนั้นแล้วแล้วก็ต้องมีการส่ง Thank you Note หรือ Card เสมอ ซึ่งข้อหลังนี่เราเองก็รู้สึกว่าทำผิดธรรมเนียมเค้าไปค่ะ เพราะทุกครั้งที่เราได้รับของขวัญจากโฮส ไม่ว่าจะงานวันเกิด Christmas thanksgiving ฯลฯ เราไม่เคยเลยที่จะได้ส่ง card ขอบคุณเค้าค่ะ เพราะเราไม่เคยชินกับการต้องทำอย่างนั้นนั่นเอง ที่เมืองไทยใครให้ของขวัญอะไรมา เราก็แค่ขอบคุณแล้วจบใช่มั้ยคะ แต่ที่นี่เค้ายังต้องมีการส่ง card แสดงความขอบคุณอีกค่ะ หากเพื่อนๆได้อ่านถึงตรงนี้แล้ว ขอให้เริ่มทำตามธรรมเนียมของเค้า ก็จะดีมากๆเลยค่ะ   และยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างค่ะ ที่เราคิดว่าเค้าค่อนข้างจะแตกต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง แต่เราขอเว้นไว้ไม่เล่า ให้เพื่อนๆได้ลองไปค้นหากันเอง น่าจะสนุกกว่าเป็นไหนๆค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: