เรียนต่ออินเดีย … ผ้าขี้ริ้วห่อทอง

Article by WRITTENSTONE

ลองพิมพ์คำว่า “เรียนต่อ” ใน google ดูซิครับ จะพบว่ามีคำค้นหาโผล่ขึ้นมาอีก 10 ลำดับ หนึ่งในนั้นต้องมีคำว่า “เรียนต่ออินเดีย” แน่นอน ปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับว่ามีคนที่สนใจจะไปเรียนต่อประเทศนี้มากขึ้น …  แต่จะเพราะอะไรยังงัยนั้น ลองมาดูกันนะคะ (อันนี้ Amitขอแทรกถามหน่อยน่ะ :-p)

อันดับต้นๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายถูกมากครับเมื่อเทียบกับประเทศทางแถบอื่นๆ ถูกทั้งค่าเล่าเรียน ค่าจับจ่ายใช้สอย และค่าเครื่องบินไปๆ กลับๆ   เหตุผลถัดมาก็น่าจะเป็นเรื่องภาษาครับ สิ่งนี้เป็นจุดแข็งของประเทศอินเดียเหนือประเทศอื่นในแถบเอเชียหลายๆ ประเทศ เพราะประเทศเหล่านั้นไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ถ้าต้องการศึกษาต่อในประเทศเหล่านั้น  เราจะต้องเรียนรู้ภาษาของเขาก่อน (ยากเข้าไปอีก) ขณะที่คนอินเดียส่วนใหญ่เข้าใจภาษาอังกฤษ และหลายๆ หลักสูตรก็ไม่ต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษ แต่ก็แน่นอนครับ ต้นทุนอังกฤษต่ำก็ต้องสู้กันหนักหน่อย แต่สภาพแวดล้อมมันบังคับ  ยังไงก็ต้องได้ฝึก ทั้งฟัง ทั้งอ่าน ทั้งพูด ทั้งเขียน ถ้าขยันหน่อย สุงสิงกับคนท้องถิ่นมากๆ ไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ… ง่าย ครับ ไม่ได้แปลว่าเรียนง่ายนะครับ แต่เข้าง่าย ระบบการจัดการศึกษาอาจจะแตกต่างจากบ้านเรา คือ มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กำหนดหลักสูตร และรับรองวุฒิการศึกษา แต่ผู้เรียนนั้นจะเข้าไปเรียนใน  college ทั้งของรัฐ และเอกชนซึ่งรับเอาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยของรัฐมาใช้ โดยมหาวิทยาลัยจะควบคุมคุณภาพผ่านทางหลักสูตร และการวัดผล (ความท้าทายอยู่ตรงที่ คนสอน คนออกข้อสอบ และคนตรวจ ไม่ใช่คนเดียวกัน)  การสมัครเข้าเรียนจึงเป็นเรื่องของผู้เรียนกับ college ซึ่งมีมากมาย ขอให้คุณสมบัติผ่านตามข้อกำหนดของหลักสูตรก็ได้เรียนแน่นอนครับ 

สิ่งที่ดึงดูดใจของประเทศอินเดียอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นแหล่งอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ครับ ที่มีชื่อเสียงมากๆ ก็น่าจะเป็นที่เมือง Bangalore นอกจากนี้เมืองใกล้ๆ อย่าง Chennai ก็มีการขยายตัวมากขึ้นครับ ดังนั้นความรู้ประเภทนี้จึงเป็นเรื่องใกล้ตัว ไอ้ที่เดินกระทบไหล่กันนี่ส่วนใหญ่ก็โปรแกรมเมอร์ทั้งนั้น เหล่าบรรดา “College of Engineering” ที่ผุดขึ้นมากมายเหมือนดอกเห็ดนี่ก็เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสหกรรม หลักสูตรจึงมีการปรับปรุงอยู่เสมอๆ เพื่อให้ได้กลจักรคนที่พร้อม บางแห่งถึงขั้นทำสัญญากับบริษัทเพื่อที่จะจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของบริษัทนั้นๆ นอกจากนี้ก็มีเหตุผลรองๆ เช่น มีหนังสือภาษาอังกฤษให้อ่านเยอะครับ แถมราคาก็ถูกกว่าหลายเท่า เพราะประเทศแถบนี้จะใช้ edition พิเศษ เนื้อหาเหมือนกันแต่เป็นการพิมพ์เองในประเทศโดยใช้กระดาษที่มีคุณภาพต่ำกว่า และผลิตในปริมาณมาก เนื่องจากมีคนอ่านเยอะ ทั้งนักศึกษาและคนทำงาน โดยเฉพาะด้านคอมพิวเตอร์เนื้อหาจะกว้างและลึกเป็นพิเศษ (และส่วนมากก็ยังไม่มีการแปลเป็นภาษาไทย) เรื่องสังคมส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นแบบเอเชีย (โบราณ) โดยทั่วไปครับ ผู้คนส่วนใหญ่จิตใจดี มีน้ำใจ พร้อมที่จะช่วยเหลือชาวต่างชาติเสมอ เรื่องเหยียดผิวเหลืองยิ่งไม่มีครับ กลับกลายเป็นจุดเด่นที่ใครๆ ก็พร้อม ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออีกต่างหาก แต่ก็อีกแหละ เหมือนบ้านเราครับ คนดีคนชั่วก็ปะปนกันไป ก็อยู่ที่เราด้วยว่าจะป้องกันตัวอย่างไร  ตามทัศนคติของผมอินเดียเปรียบเสมือน “ผ้าขี้ริ้วห่อทอง” ครับ คราวนี้ผมพูดถึงทองไปบ้างแล้ว คราวหน้าจะพูดถึงผ้าขี้ริ้วบ้าง ถ้าเพื่อนๆ มีคำถามหรือข้อสงสัยอย่างไร ก็โพสไว้ได้เลยครับ ยินดีตอบคำถาม (ที่รู้คำตอบ) ครับ

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง

  1. อยากทราบว่าถ้าจะไปเรียนต่อที่อินเดียจะต้องทำอะไรบ้าง

    ต้องสอบ toic หรือ tofel หรือเปล่า

    แล้วเสียค่าใช้จ่ายประมารเท่าไหร่

    แล้วมีสาขาเกี่ยวกับบริหารไหมคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: